
อาหารเสริมหาซื้อได้ง่ายทั้งในร้านค้าและออนไลน์ แต่ไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือเหมาะกับทุกคน เช็กลิสต์นี้ช่วยให้คุณเลือกได้อย่างมั่นใจขึ้น ไม่ว่าจะซื้อแบรนด์ไหนก็ตาม
1. ตรวจเลขสารบบอาหาร (เลข อย.)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ขายในไทยต้องมีเลขสารบบอาหาร 13 หลักอยู่ในกรอบเครื่องหมาย อย. บนฉลาก เช่น BLB U มีเลข 26-1-10867-5-0049
- นำเลขไปตรวจที่เว็บไซต์ oryor.com หรือแอป ORYOR Smart Application ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
- เทียบชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ให้ตรงกับฉลาก เพราะบางครั้งมีการนำเลขของผลิตภัณฑ์อื่นมาใช้
2. อ่านฉลากให้ครบ
- ชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ และปริมาณต่อหน่วย
- วิธีรับประทานและปริมาณที่แนะนำต่อวัน ไม่ควรรับประทานเกินกว่าที่ระบุ
- คำเตือน เช่น กลุ่มคนที่ไม่ควรรับประทาน และสารก่อภูมิแพ้
- วันผลิต วันหมดอายุ และชื่อที่อยู่ของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
3. สังเกตคำโฆษณาที่เกินจริง
ตามกฎหมาย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถโฆษณาว่าป้องกัน บรรเทา หรือรักษาโรคได้ ฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงมีข้อความว่า “ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค” หากเจอคำโฆษณาแบบนี้ ควรระวัง
- อ้างว่ารักษาโรค หายขาด หรือใช้แทนยาได้
- บอกให้หยุดหรือลดยาที่แพทย์สั่ง
- อ้างว่าเห็นผลทันที หรือได้ผลกับทุกคนร้อยเปอร์เซ็นต์
- ใช้รีวิวหรือภาพก่อนและหลังที่ดูเกินจริง
4. ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ในกรณีเหล่านี้
- ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือวางแผนตั้งครรภ์
- มีโรคประจำตัว หรือใช้ยาเป็นประจำ เพราะส่วนประกอบบางชนิดอาจมีผลต่อยา
- กำลังจะผ่าตัดหรือทำหัตถการ
- ต้องการให้เด็กหรือผู้สูงอายุรับประทาน
5. อาหารเสริมไม่ใช่ยา
อาหารเสริมใช้เสริมจากอาหารปกติ ไม่ได้ใช้แทนอาหารหลักหรือยารักษาโรค ไม่ควรหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง และควรกินอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ควบคู่กันไป
ถ้ารับประทานแล้วมีอาการผิดปกติ
ให้หยุดรับประทานและปรึกษาแพทย์ เก็บผลิตภัณฑ์และฉลากไว้ หากพบผลิตภัณฑ์ที่น่าสงสัยหรือโฆษณาเกินจริง แจ้งได้ที่สายด่วน อย. 1556


