
ช่วงปลายปีถึงต้นปี หลายพื้นที่ในประเทศไทยต้องเจอกับฝุ่น PM2.5 สูงเป็นประจำ ฝุ่นชนิดนี้มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน เล็กพอที่จะผ่านการกรองของจมูกเข้าไปถึงทางเดินหายใจส่วนลึกได้ การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยลดการสัมผัสฝุ่นในแต่ละวันได้มาก
เช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน
ดูค่าคุณภาพอากาศได้จากแอป Air4Thai ของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งแสดงดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เป็นสี ตั้งแต่ฟ้า (ดีมาก) เขียว (ดี) เหลือง (ปานกลาง) ส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) จนถึงแดง (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) ใช้ข้อมูลนี้วางแผนว่าวันนี้ควรออกไปข้างนอกนานแค่ไหน และควรเตรียมอะไรบ้าง
สำหรับข้อมูลอ้างอิง ประเทศไทยกำหนดค่ามาตรฐาน PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงไว้ที่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่แนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2021 แนะนำไว้ที่ 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
เลือกหน้ากากให้ถูกแบบ และใส่ให้แนบ
- หน้ากากชนิด N95 หรือ KN95 กรองฝุ่นขนาดเล็กได้ดีกว่าหน้ากากอนามัยทั่วไปหรือหน้ากากผ้า
- หน้ากากจะได้ผลเมื่อแนบสนิทกับใบหน้า ไม่มีช่องลมรั่วด้านข้าง ลองเลือกขนาดและรูปทรงที่เข้ากับหน้า
- เปลี่ยนหน้ากากเมื่อสกปรก ชื้น เสียรูป หรือรู้สึกหายใจลำบากขึ้น
- เด็กเล็กมากไม่ควรสวมหน้ากาก ให้ลดเวลาอยู่นอกบ้านและอยู่ในห้องที่อากาศสะอาดแทน
ปรับกิจกรรมกลางแจ้ง
ในวันที่ค่าฝุ่นสูง ควรเลี่ยงการออกกำลังกายหนักกลางแจ้ง เพราะเราหายใจเร็วและลึกขึ้น จึงรับฝุ่นเข้าไปมากขึ้น เปลี่ยนไปออกกำลังกายในอาคารหรือเลือกช่วงเวลาที่ค่าฝุ่นต่ำกว่า
ลดฝุ่นในบ้าน
- ปิดประตูหน้าต่างในช่วงที่ค่าฝุ่นข้างนอกสูง
- หากใช้เครื่องฟอกอากาศ ให้เลือกแบบที่มีแผ่นกรอง HEPA และมีขนาดเหมาะกับห้อง โดยดูค่า CADR ประกอบ และเปลี่ยนแผ่นกรองตามกำหนด
- เช็ดถูด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ แทนการกวาดซึ่งทำให้ฝุ่นฟุ้ง
- งดการเผาในบ้าน เช่น จุดธูปหรือเทียนจำนวนมาก และงดสูบบุหรี่
กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ
เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหัวใจหรือโรคทางเดินหายใจ ควรเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นให้มากที่สุด ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรวางแผนรับมือกับแพทย์ที่ดูแลอยู่ และใช้ยาตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง
สัญญาณที่ควรไปพบแพทย์
หากมีอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไอต่อเนื่อง หายใจมีเสียงวี้ด ใจสั่น หรือเวียนศีรษะ ควรไปพบแพทย์ทันที


